สาขาสถาปัตยกรรม ปีการศึกษา 2558

Family Lifestyle Mall

ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์มอลล์

      เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนภายในตัวเมือง  จากการเพิ่มของประชากร  การอยู่อาศัยภายในเมืองเริ่มหนาแน่นมากขึ้น  เกิดความแออัดภายในตัวเมืองบริเวณที่ว่างที่ใช้ในการปลูกสร้างที่อยู่อาศัยภายในเมืองเริ่มน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด  ราคาที่ดินภายในเมืองสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  หากเมื่อเทียบกับบริเวณรอบเมืองแล้วจะมีราคาที่ดินที่ถูกกว่ามากและยังได้ที่อยู่อาศัยเป็นลักษณะบ้านหลังเดี่ยวและยังมีพื้นที่ว่างโดยรอบให้ได้ใช้งานเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวที่คุ้มค่ากว่าห้องชุดเล็กๆที่มีราคาแพง  ดังนั้นแนวโน้มที่อยู่อาศัยในปัจจุบันจึงเริ่มมีการขยายตัวออกสู่รอบเมืองมากขึ้นจากการตัดถนนหลายๆสายทำให้พื้นที่โดยรอบบริเวณนั้นมีโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นอย่างชุกชุมส่งผลให้เกิดชุมชนที่อยู่อาศัยขึ้นมา  ซึ่งชุมชนเหล่านี้เป็นชุมชนที่มีผู้ที่อาศัยเริ่มจะหนาแน่นจากโครงการที่เริ่มเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง  แต่ในขณะเดียวกันภายในพื้นที่ภายในชุมชนเหล่านั้นยังขาดสิ่งที่อำนวยความสะดวก  เช่น ห้างสรรพสินค้า  ที่เพียงพอต่อประชากรที่จะเข้ามาอาศัยอยู่  เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนของโครงการที่เกิดขึ้นและที่กำลังจะแล้วเสร็จ

โครงการศูนย์การค้าก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต่อชุมชนเพราะเกี่ยวข้องกับการอุปโภค  บริโภค  การให้บริการต่างๆ  รวมถึงการเดินพักผ่อนหย่อนใจ  ในชีวิตประจำวัน  ซึ่งชุมชนเหล่านี้บางครั้งก็มีเพียงตลาดนัดหรือตลาดสดเท่านั้นที่จะมาตอบสนองความต้องการของคนในชุมชน  ด้วยเหตุนี้โครงการศูนย์การค้าสำหรับชุมชนจึงเกิดขึ้นทำให้คนภายในชุมชนได้มาจับจ่าย  ใช้บริการ  และพักผ่อนในชีวิตประจำวันโดยที่ไม่ต้องเดินทางไกลไปห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่  ลดปัญหาเรื่องการจราจรติดขัด  การเสียเวลาและเปลืองค่าใช้จ่ายในการเดินทาง  ดังนั้นศูนย์การค้าสำหรับชุมชน(Community  Shopping  Center)  จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถตอบสนองต่อการใช้งานภายในชุมชนได้โดยตรงทำให้คนภายในชุมชนมีสภาพที่เป็นมาตรฐาน  สะดวก  สะอาด  ปลอดภัย  และเปิดให้บริการทุกวัน  ซึ่งเมื่อเทียบกับตลาดนัดหรือตลาดสดแล้วถือว่าตอบโจทย์ได้ดีมากกว่า  โครงการนี้จึงเป็นการกระจายความเจริญสู่ชุมชน  ยกสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนภายในชุมชนให้ดียิ่งขึ้น

แนวความคิดหลัก      การสร้าง Approach ภายในโครงการให้มีการเชื่อมต่อของ Space ต่างๆอยู่ตลอดเวลา  โดยการใช้เส้นโค้งเป็นตัวกระตุ้นการรับรู้  ซึ่งเป็นเส้นสายที่แตกต่างจากบริบทโดยรอบ  จึงทำให้เกิดความน่าสนใจ  แต่เส้นโค้งในงานทำให้ user ที่เข้ามาใช้งานเกิดมุมมองและการเคลื่อนไหว  ไม่ปิดกั้นมุมมอง  ทำให้ทุกElement ของโครงการได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ และSpaceที่รองรับกิจกรรมของครอบครัว  รวมถึงการเชื่อมโยงกิจกรรมของการจับจ่ายใช้สอยแนวตั้งเพื่อดึงดูดให้คนไหลเวียนขึ้นไปในทุกระดับชั้น  โดยการลดหลั่นของระดับชั้น  เพื่อดึงสายตาต่อเนื่องตั้งแต่ระดับฟุตบาทเข้าไปสู่ตัวโครงการ  และไม่ทำลายสภาพหน้าดิน

 

การออกแบบ Mass อาคารให้มีการแตกตัวสัมผัสกับบรรยากาศที่ร่มรื่น เอื้อประโยชน์ในเรื่องของการระบายความร้อน  ทำให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศภายในอาคารช่วยสร้างภาวะสบายและประหยัดพลังงาน   มีการปลูกต้นไม้  และบ่อน้ำช่วยในการVentilation  และหันด้านแคบเข้าหาแดด  และเปิดมุมมองด้านกว้างเข้าหาทิศที่ไม่ร้อน  อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมุมมองของตัวร้านค้า และกิจกรรมต่อเนื่องที่เกิดจากการสร้าง Pocket Space หรือ Cord เชื่อมเข้าไปทุก Function ของครอบครัวกระตุ้นให้มีการอยากจับจ่ายซื้อของต่อ  และยังสามารถรองรับการจัดงาน Event กระตุ้นการขายเพื่อดึงดูดและสร้างสีสรรในการช็อปปิ้ง

โครงการมีการออกแบบ Site Planning ให้มีการลิงค์การเชื่อมต่อกับบริบทที่อยู่รอบด้านที่เป็น Magnet ที่จะดึงคนของย่านให้มารวมตัวช็อปปิ้งในจุดนึ้  มีการเชื่อมโยงกับโครง Homepro ในระดับชั้น 1 ทางด้านทิศเหนือ  และเชื่อมต่อสะพานลอยกับโครงการ The Walk ในระดับชั้นสองทางด้านทิศะวันออก  จึงทำให้ตัวโครงการได้รับผลประโยชน์การกลุ่มคนจากทั้งสองโครงการด้วย

การเชื่อมPlaza ริมน้ำ  เนื่องจากบริบทเดิมบริเวณทางทิศใต้ของ Site ติดกับคลองที่มีน้ำสะอาดขนาดใหญ่  จึงทำให้การออกแบบโครงการใช้ประโยชน์การสร้างลานกิจกรรมใหญ่ริมน้ำ  รองรับงานเทศกาลสำคัญของคนในย่าน  เช่น  งานลอยกระทง  งานปีใหม่ งานคริสมาสต์ เป็นต้น